
ลองนึกถึงห้องเรียนที่ไม่ใช่การฟังครูบรรยาย แต่… ทุกคนกำลังลองทำ ทดลองพูดคุย ตั้งคำถาม จับกลุ่ม ทำกิจกรรม หรือเขียนไอเดียลงบอร์ดด้วยตัวเอง — นั่นล่ะครับคือ Active Learning หรือการเรียนแบบ “ลงมือจริง” ไม่ใช่แค่ฟัง passively Active Learning คือรูปแบบการเรียนรู้ที่เน้นให้นักเรียนมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรม การพูดจา การแก้ปัญหา หรือการสะท้อนความคิด
วิธีนี้แตกต่างจาก lecture แบบเดิมอย่างชัดเจน เพราะความรู้ไม่ได้อยู่ที่ครูพูด แต่เกิดจากสมองเราได้คิด ได้สร้าง ได้ทำ
ทำไม Active Learning ถึงสำคัญ?
1. เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้
งานวิจัยจาก Freeman et al. (2014) ที่ตีพิมพ์ในวารสาร PNAS วิเคราะห์จากรายวิชากว่า 225 หลักสูตร พบว่า:
- นักเรียนในคลาสที่ใช้ Active Learning มีโอกาสสอบตกน้อยลงถึง 55%
- คะแนนเฉลี่ยสูงกว่าคลาสที่ใช้การบรรยายเพียงอย่างเดียว
“Active Learning มีผลต่อการเรียนรู้ในเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ”
– Freeman et al., 2014
2. พัฒนาทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21
Active Learning ช่วยส่งเสริมทักษะ Soft Skills ที่จำเป็นในโลกปัจจุบัน เช่น
- การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)
- การทำงานร่วมกัน (Collaboration)
- การสื่อสาร (Communication)
- ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)
3. สร้างแรงจูงใจและความรู้สึกร่วม
การที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมจริง จะทำให้รู้สึกว่า “ห้องเรียนเป็นของเรา”
ไม่ใช่แค่เรียนเพื่อสอบ แต่เรียนเพื่อเข้าใจ และสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิต

Active Learning กับการอบรมในองค์กร
ในโลกของการทำงาน การอบรมที่เน้น Lecture เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
เพราะพนักงานต้อง ลงมือทำงานจริง ไม่ใช่แค่รู้ทฤษฎี
Active Learning ช่วยให้องค์กรสามารถ:
✅ พัฒนาทีมให้เข้าใจแนวคิดอย่างแท้จริง
✅ สร้างทีมที่กล้าคิด กล้าทำ และพร้อมปรับตัว
✅ เปลี่ยน “การอบรมแบบนั่งฟัง” ให้เป็น “เวิร์กช็อปแบบมีชีวิต”
บทบาทของ PLEARN ในการออกแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning
ที่ PLEARN เราคือทีมวิทยากรมืออาชีพ
ที่เชี่ยวชาญการออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยวิธี Active Learning
เราทำงานร่วมกับทั้งสถานศึกษาและองค์กร
เพื่อออกแบบการอบรมที่ไม่เพียงแค่ “ให้ความรู้”
แต่ยัง สร้างการเปลี่ยนแปลงในการเรียนรู้และการทำงานจริง
ไม่ว่าคุณจะเป็นโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือองค์กร
เราสามารถออกแบบเวิร์กช็อปที่ “สนุก ได้ผล และใช้ได้จริง”